Mangkapon

Mangkapon
The Monster Rock Band

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เบื้องหลังการทำชุด งูจา

คนส่วนใหญ่มักถูกปลูกฝังมาว่าทำงานศิลปะทุกอย่างต้องมีการเสก็ตภาพก่อนทำงานจริง แต่ในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์กลับมีการสนับสนุนให้เราคิดในใจมากกว่าที่จะมาทดเลขข้างนอก จะว่าไปมันก็ไม่ผิดทั้งคู่ ยิ่งหากเป็นงานศิลปะย่อมไม่ควรมีกฏเกณฑ์ตายตัวว่ามีภาพสเก็ตหรือไม่มี ขึ้นอยู่ที่ผลตอนท้ายมากกว่าว่างานมันจะออกมาเป็นยังไง ภาพเสก็ตคือเครื่องช่วยเหมือนกระดาษทดเลขแค่นั้น อย่าไปสนใจอะไรมากหากทำงานไว้ใช้เอง แต่ถ้าทำงานออกแบบไปนำเสนอให้คนอื่น ภาพวาดหรืองานเสก็ตจำเป็นต้องมี และควรจะทำให้ออกมาเลิศหรูเหมือนอาหารเหลาคนจะได้อยากซื้ออยากกินงานของคุณ แรกเริ่มผมทำงานแบบทดไว้ในหัวตลอด ผมมีความสุขกับการเปรียบเทียบภาพในจินตนาการกับความจริงว่ามันจะเป็นยังไง ยอมรับว่าในช่วงแรกภาพในจินตนากับความเป็นจริงมันต่างกันสิ้นเชิง แต่พอเรามีประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ภาพในใจกับภาพความจริงก็จะเริ่มใกล้เคียงกัน


ไม่ใช่ว่างานทุกงานจะไม่มีภาพเสก็ต ผมก็มีวาดไว้บ้าง สำหรับไว้เวลาปลดปล่อยอารมณ์ ซึ่งผมก็นิยมวาดภาพบนกระดาษสมุดเรียน เหมือนสมัยที่ผมเป็นเด็ก ตอนที่แอบวาดในห้องเรียน ผมจะรู้สึกสนุกกับการขีดเขียน ถึงแม้ว่ามันจะมีเส้นบรรทัดทำให้รกตาบ้าง แต่ทุกเส้นทุกสัมผัสที่มันออกมาผมรู้สึกได้ถึงพลังความคิดความอัดอั้นที่ตอนสมัยเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยจินตนาการ มันจะวิ่งผ่านกาลเวลาเข้ามาในเส้นบรรทัดเหล่านั้น ไม่เชื่อคุณลองทำดู มีหลายคนได้ลองเอาไปใช้ตามที่ผมบอกแล้วเช่นกัน ผมยังไม่เคยถามถึงความรู้สึกจากพวกเขา แต่สำหรับตัวผมเอง เคยใช้ภาพเสก็ตบนกระดาษสมุดเรียน วาดแบบเส้นกระจุยกระจายเละๆ เอาไปทั้งสมุด ไปเสนองานมาแล้ว


ตัวที่เห็นคือตัวพรายน้ำสำหรับหนังเด็กที่ทางบริษัทซีดีมีเดียเคยคิดจะทำ เรียกผมให้ไปคุย บอกทำได้เลย ผมกลับมาทำไปครึ่งตัวแล้วโทรมาบอกว่า ไม่ทำแล้ว อยากเปลี่ยนเป็นทำหนังเกี่ยวกับงูยักษ์ ทำงูยักษ์มาให้หน่อย อาศัยที่ว่าเมื่อก่อนผมทำงานเร็ว งูยักษ์เสร็จภายในหนึ่งคืน พอโทรไปบอกเขาก็ตอบว่าอ้าวเหรอ ทำเร็วดีจัง พักโปรเจคไว้ก่อน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอีกเหมือนเคย ผมเลยต้องเอาสัตว์สองชนิดมายำรวมกันเป็นตัวเดียว เก็บไว้ใช้เอง นั่นคือ ปิศาจงูจ๋า ซึ่งภายหนังผมเปลี่ยนชื่อเป็น งูจา เพื่อลดความน่ารักของมันลงไป



มาดูเทคนิคที่ผมเคยใช้ทำครับ ตอนนั้นผมใช้กระดาษลังที่แหละครับ มาขึ้นเป็นโครงด้านใน ติดกาวต่อกันเป็นโครงสร้าง หากใครมีหัวด้านทำแพทเทิ่นเสื้อผ้าจะได้เปรียบ เพราะใช้หลักการเดียวกัน แล้วผมก็แปะทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ทากาวสลับกับกระดาษนิตยสารสักห้้าชั้น เพื่อความแข็งแรง ผมแยกทำชิ้นส่วนสัตว์ประหลาดทีละชิ้นด้วยยางพารา แล้วเอามาเชื่อมต่อกันด้วยยางพาราอีกนั่นแหละ จนเป็นรูปเป็นร่างตามที่ต้องการ สังเกตวัสดุรอบข้างในภาพนะครับ เป็นวัสดุแนวบ้านๆ ของใช้ในครัวเรือน หาเอาใกล้ๆ มือ มีทั้งหม้อ ถังน้ำ ขาตั้งรถ เจออะไรใช้ได้ก็ประยุกต์กันไป
ยางพารา ภาษาอังกฤษเขาเรียก Latex ถ้าเคยได้ยินคำว่า โฟมลาเท็กซ์ มันคือการทำให้ยางหรือ Latex มีคุณสมบัติเหมือนโฟมโดยมีช่องว่่างในเนื้อเยอะๆ ทำให้มีน้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่น สังเกตได้จากที่นอนยางพาราครับ นั่นก็คือโฟมลาเท็กซ์ เป็นชื่อเท่ๆ ที่เวลาไปคุยกับใครแล้วคุณจะอัพคลาสไปอีกระดับ หากบอกว่ายางพารามันเหมือนงานเด็กประถม แต่พอบอกโฟมลาเท็กซ์มันก้าวข้ามมัธยมกลายเป็นปริญญาโททันที โครงสร้างพื้นฐานอันเดียวกัน มันแค่เพิ่มกรรมวิธีมาอีกหน่อย ซึ่งผลของการเป็นโฟมลาเท็กซ์คือความเบากระชับ แต่แตกลายงาและขาดง่าย ส่วนยางพาราทนอึดขาดยากกว่า แต่มีน้ำหนักมาก แล้วเวลาทำก็เปลืองน้ำยางถ้าจะเอามาหล่อตัน ต้องมีวิชาการแทรก การตัด การต่อเชื่อม อีกเล็กน้อย ทำชุดพวกนี้ผมไม่ได้ซื้อยางจากศึกษาภัณฑ์มาทีละขวด..ทีละขวดนะครับ ทำทีซัดยางกันเป็นแกลลอน กว่าจะได้มาเป็นตัว และผมก็พึงพอใจกับวัสดุ primitive งานสร้างงานแบบ homemade ทำคนเดียวยังงี้ มันสบายใจดีครับ ยิ่งทำหลายคนยิ่งปวดหัว


ถ้าสนใจการทำยางฟองน้ำ หรือโฟมลาเท็ก ผมพอมีตำราที่ได้มาจากทางห้องสมุดของ ม.เกษตร ซึ่งแบ่งปันเป็นความรู้กันได้ จากเฟสบุคของผมครับ ตามลิงค์ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.3466444674305.121387.1666701585&type=3

วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เบื้องหลังการทำชุด คำรามรบ หัวหน้าวงแมงกะโปน

ทำไมใช้ชื่อวงว่าแมงกะโปน แต่ไม่ใช้แมงกะโปนเป็นหัวหน้าวง คงสงสัยนะครับ คืองี้ ชุดแมงกะโปนทำไว้ก็คาดหวังว่าจะขยับปากได้เหมือนกัน ทำรองรับความคิดนี้ไว้ แต่พอทำไปๆ ในส่วนของกรามมันมียางเยอะไปหน่อยเลยทำให้ส่วนนั้นแข็งเลยขยับปากไม่ได้ จะเลาะออกมาแก้ไขก็คงเป็นงานใหญ่ เลยตัดสินใจทำตัวใหม่เลย ให้เป็นตัวที่สามารถขยับปากพูดได้ นำเสนอความคิดในการแสดงได้ ออกมาเป็นหัวหน้าวง ต้นแบบของคำรามรบ เกิดจากสิงโตซึ่งในนิทานโบราณถือว่าเป็นเจ้าป่า ตัวนี้ไม่มีการสเก็ตภาพออกมา แต่ใช้การทดเอาไว้ในหัวว่ารูปร่างรวมๆ จะออกมาในลักษณะนี้ๆๆๆ มีผมยาว ตามีไฟ ปากขยับได้ ตัวมีกล้าม ในกล้ามจะมีลวดลายคล้ายๆ คล้าย the thing ในแฟนตาสติกโฟว์ คิดเผื่อๆ ไว้น่ะครับ อาจได้ตามต้องการ หรือไม่ได้ ก็ต้องรื้อฟื้นกันดู เพราะว่าทิ้งงานทำชุดสัตว์ประหลาดไปนาน กลับมาทำอีกทีก็ลืมสูตรผสมยาง ผสมสีไปบ้าง สมุดจดสูตรดันหาย ผมขึ้นโครงบนหุ่นโชว์เสื้อที่ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนตัวผมยังผอมๆ กะๆ เอาว่าตอนนี้พุงขนาดนี้ น่าจะต้องทำเผื่อตรงพุงเอาไว้หน่อย ชุดทุกชุด ผมวัดตัวจากตัวผม และหุ่นโชว์เสื้อตัวนี้ครับ ส่วนใหญ่คนที่มาแสดงจะใส่ได้ เลยใช้เป็นมาตรฐานเรื่อยมา


ตั้งแต่ครั้งที่ผมไปรับงานกับน้าต๋อย ตอนคริสตัลไนท์ ผมจะเริ่มมีการมาร์คจุดของกล้ามเนื้อบ้าง มันอาจไม่เป๊ะเท่าไร แต่ถ้าหากต้องการให้มันเป็นรูปเป็นร่างเข้ากับลักษณะของร่างกาย เราจำเป็นต้องนึกถึงกล้ามเนื้อบ้าง ก็ใช้โหลดภาพตำแหน่งกล้ามเนื้อมาจากในเน็ทแล้วพิมพ์ออกมาดู วางกระดาษไว้แถวนั้น พอมาอีกวันหาย หาไม่เจอ พิมพ์ใหม่ หายอีก ทำงี้อยู่สามรอบ หายเหมือนเดิม สงสัยเลยถามแม่ผมว่าไปไหน เขาบอกวางไว้เกะกะกูทิ้งขยะไปหมดแล้ว นั่นไง ว่าแล้วว่ามันหายไปไหน ทีนี้ติดสก็อตเทปปะผนังไปเลย ดูซิว่าจะมาลอกทิ้งขยะไปอีกหรือเปล่า อุปสรรคการทำงานไม่ได้มาจากทำไม่ได้หรือทำไม่เป็น แต่มาจากคนในครอบครัว แม่เห็นกวาดทิ้ง แฟนเห็นมันก็มาพูดดูถูก ฉะนั้นเรื่องโดนวิพากษ์วิจารณ์งานในทางลบสำหรับคนอื่นอาจเป็นเรื่องใหญ่ แต่สำหรับผมมันเป็นเรื่องเล็ก เพราะขนาดคนในครอบครัวมันยังไม่ยอมรับ ผมคิดว่างานที่เรารักเราชอบทำไปแล้วเราสบายใจ ไม่ต้องไปสนใจกับคนอื่น เพราะอะไรที่ทำแล้วไม่เห็นเป็นตัวเงินหรือเกียรติยศ เขาประเมินเป็นของไม่ดีไร้ค่าทั้งนั้น ถึงมีคนไม่ชอบงานเราเป็นล้านคน แต่คนที่พึงพอใจกับงานเราแค่สองสามคน แค่นั้นผมก็ว่าเป็นสิ่งวิเศษเพียงพอแล้ว


เมื่อทำโครงสร้างตัวเสร็จ ก็ถึงเวลาของการลงสี ครั้งนี้ผมลองผสมสีในสูตรใหม่ ผลออกมายังไม่ประทับใจ เพราะการยึดเกาะยังไม่เหมือนก่อน ในส่วนของหัวที่อยากให้ออกมาเหมือนสิงโต ไปติดปัญหาตรงตาที่ผมจะใส่ไฟลงไป ครั้งนี้ใช้ระบบหลอดไฟแยก ไม่ได้ฝังเข้าไปในหน้ากากเหมือนเมื่อก่อน เพราะผมเคยเจอปัญหาสายหักใน เนื่องจากหน้ากากผมเป็นยาง เวลาขนย้ายมีการกดทับ ยางบิด สายไฟข้างในมันถูกรั้ง นานไปสายหักใน มันเลยแก้ไขลำบากต้องผ่าหัวเข้าไปซ่อม เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้เลยใช้ไฟแยก ทำไปทำมา ตาเลยปูดออกมา จะให้เป็นสิงโตเลยหน้าออกมาแปลกๆ ไอ้อ๊อดมันเห็นมันบอกว่ากูเห็นเป็นหมาปั๊กว่ะ ไหนบอกสิงโต เออจริง เหมือนหมาปั๊กเลย... งานนี้มีเรื่องของวิกผมเข้ามาเกี่ยว ว่าจะเอาไหมพรมมาใช้แล้ว แต่ทดลองแล้วน้ำหนักในการสะบัดมันไม่ดีเท่าวิกผม เลยต้องยอมเสียเงินซื้อวิกผมมาทำ ผมซื้อวิกผมมาสองรอบเพราะคิดว่าอันเดียวคงพอ ปรากฏว่าไม่พอ วิกอันนี้เป็นสีขาวอมเหลือง พอไปซื้อใหม่ สีเดิมหมด มีแต่สีขาวอมฟ้า เลยมาลองใส่ดู เราเห็นใกล้ๆ มันเลยดูแปลกๆ แต่พอมองดูไกลๆ ดูไม่ออก มันก็โอเค จัดการเย็บติดเข้าไปที่หัว ลองใส่สะบัดดู โอเค ได้อารมณ์ร็อค อ้าปากซิ โฮก... เห็นปากกูด้วยว่ะ อย่างนี้ไม่ต้องกลัวว่าเสียงพูดจะไม่ชัด เพราะเอาปากจ่อไมค์ได้เลย


คำรามรบ จ้าวสิงโตภูผา (พยายามมองให้เป็นยังงั้น) กีตาร์สามารถปรับหมุนกลายเป็นอาวุธได้ ปล่อยแสงได้ มีเสียงคำรามทรงพลังที่สามารถทำลายศัตรูให้ระเบิดเป็นเสี่ยงได้ ดวงตาปล่อยเพลิงออกมาได้ มีพละกำลังมหาศาล สามารถทำลายภูผาให้พินาศในหมัดเดียว อันนี้เป็นสเป๊กคร่าวๆ รายละเอียดนึกไม่ออก คิดไว้เยอะ ทำออกมาแล้วไม่ได้ดังที่คิดเท่าไร ไว้แก้ตัวกับตัวใหม่ๆ ที่จะทำต่อไปละกัน

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เบื้องหลังการทำกีตาร์

กีตาร์ปืนตัวแรกที่ใช้ทำไว้ตั้งแต่ตอนที่มีความคิดจะทำหนังสัตว์ประหลาดยักษ์เล่นกีตาร์ถล่มเมือง ทำจากโฟมแล้วเคลือบด้วยยิบซั่มลงสี แล้วก็นั่งขัดโป้ว...ขัดโป้ว เจอปัญหาตรงลูกบิดกีตาร์ที่ทำให้เรียบไม่ได้ เพราะพอให้ให้เล็กเรียบก้หักเป๊าะ!! แตก เลยใช้ดามลวดไว้ข้างใน แต่ก็ห้ามขัดมากไม่งั้นแตก มีเพื่อนถามว่าทำไมไม่ใช้ไฟเบอร์ ผมตอบได้อย่างมั่นใจว่า มันคันครับ เคยเอามาใช้แล้วทั้งแขนคอหลังหู คันคะเยอไปทั้งตัว แล้วต้องใส่ที่ปิดปากจมูกเพื่อป้องกันละอองเข้าไปในปอด ถ้าคนไม่แพ้ก็ไม่เป็นไร ถ้าแพ้ขึ้นมาก็ต้องตามรักษาอาการที่จะเกิดขึ้นครับ ไม่คุ้มแน่นอน ไฟเบอร์ไม่เหมาะจะทำในบ้าน เหมาะกับที่โล่งๆ ที่แยกออกไปจากตัวบ้าน ประเด็นความเนี๊ยบไม่เนี๊ยบไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม เพราะผมทำใช้เอง ไม่ได้ทำไปขายใคร พอทำเสร็จก็เก็บเอาไว้ไม่ได้ใช้งานอะไร จนกระทั่งมีนิตยสาร ZOO เชิญชวนให้ไปถ่ายภาพ ก็เลยมีโอกาสได้เอาออกไปลองทดสอบกับกล้องเป็นครั้งแรก


ความคงทนของกีตาร์โฟมตัวนี้ อยู่ในระดับใช้ได้ เคยหักอยู่ครั้งเดียว ตรงบริเวณลูกบิด แต่ก็เอาลวดดามเชื่อมกาวก็ใช้งานได้ ไม่เคยหลุดอีกเลยจนถึงทุกวันนี้ ข้อดีของกีตาร์โฟมคือมีน้ำหนักเบา ไม่กินแรงคนใส่ชุด ทำให้มีกำลังไปกระโดดโลดเต้นทำอะไรอย่างอื่นได้ กีตาร์ตัวที่สองสร้างขึ้นห่างจากกีตาร์ตัวแรกประมาณสามปี เพราะผมหันไปเล่นของเก่า หนังสือเก่า มันก็สนุกดี แต่พอสักพักก็เริ่มเบื่อ เพราะของเก่ามันแพงขึ้นๆๆ ใครที่เล่นของพวกนี้จะรู้ว่ามันมีกลไกทางการค้ายังไง อย่างผมไปซื้อมันจำหน้าได้ว่าไอ้นี่เอาแน่ แม่มบอกมาเลยสองร้อยลดไม่ได้ คุณไม่เอาคนอื่นเขาก็เอา พอขาจรเดินมามันบอกสามสิบบาท ต่อรองยี่สิบบาทมันยังขาย ยิ่งเล่นเขายิ่งงอก ฉะนั้นตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก็เลยห่างๆ มันไปซะ หันไปทำกิจกรรมอย่างอื่น พยายามหาวิธีคิดให้เราตัดออกจากมันมาให้ได้ เช่น เล่นของเก่ามันคือประวัติศาสตร์ของคนอื่น แต่การทำงานที่เราชอบมันคือประวัติศาสตร์ของเราเอง ใช้เวลาอยู่หลายเดือนห่างหายจากการเล่นของเก่า หันมาทำชุดสัตว์ประหลาดเหมือนเดิม พอจับอุปกรณ์ที่เคยใช้ ก็ต้องมารื้อฟื้นสูตรยาง สูตรสี ที่เคยผสม จริงๆ จดเอาไว้ แต่สมุดหายไปไหนไม่รู้ ต้องมาเริ่มลองเทสลองผสมดูใหม่ เริ่มจากงานเล็กๆ อย่างการทำกีตาร์โฟมรูปปีกตัวนี้ ก็ได้ภาพจากในเน็ท เอามาขยาย แล้วใช้การวัดขนาดสเกลความยาวของคอกีตาร์ของจริงมาเป็นไกด์ แล้วพิมพ์ขยายทั้งตัวออกมาเป็นแบบร่าง เพื่อทำการตัดแกะโฟม

เมื่อได้รูปร่างออกมาแล้ว ผมก็ทำเหมือนเดิม ดามลวดตามจุดล่อแหลมเช่นลูกบิด คอ และส่วนปีกที่ยื่นออกมายาวๆ จากนั้นก็ทำการโป้วด้วยยิบซั่น โป้วขัด...โป้วขัด แล้วก็ทำการลงสีเคลือบเงา ออกมาเป็นกีตาร์รูปทรงที่เราต้องการ ช่วงนั้นผมก็ปรึกษาคนโน้นคนนี้ว่า การทำวงดนตรีเป็นกีตาร์ mockup มันจะดีมั้ย ส่วนใหญ่จะบอกว่า ทำไมไม่ใช้เป็นกีตาร์จริง แล้วให้นักดนตรีมาเล่น ผมเลยเดินทางไปที่เวิ้งนครเขษม หลังกระทรวง ไปเช็คราคากีตาร์ไฟฟ้ารูปทรงสวยๆ ดูราคาเป็นหมื่นอัพทั้งนั้น ส่วนตัวพันกว่าบาทที่เขาบอกกัน จะเป็นพวกมือสอง ดูไปดูมามือสองมันยังแพงกว่าของใหม่ซะอีก ถ้าของใหม่กีตาร์จีนแดงทรงเฟนเดอร์จะถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณสองพันกว่าบาท หากคิดจะเอามาโมโดยใช้เลื่อยจิ๊กซอร์ตัด ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจไม่คุ้มค่า เพราะเราไม่มีความรู้ว่าตำแหน่งที่เราจะตัดตรงนั้นมันจะไปโดนส่วนสำคัญอะไรของกีตาร์หรือเปล่า จากนั้นผมก็โพสรับสมัครนักดนตรีตามเวบต่างๆ ด้วย ดังที่ได้พูดถึงในบทความของการรวมทีมวงดนตรีแมงกะโปน ปัญหามันมีเยอะแยะมากมายที่ไม่สามารถเอานักดนตรีที่มีความสามารถจริงๆ มาเล่นในชุดสัตว์ประหลาดได้ ทำให้ต้องกลับมาทำกีตาร์ mockup ต่อ


มาถึงเรื่องของเบส ผมไปประทับใจเบสของวงคิสที่เป็นรูปขวาน ในเน็ทมันมีของเล่นฮาโลวีนเป็นรูปขวานแบบนี้เลย แต่ถ้าสั่งมาเจอกับค่าขนส่ง ผมว่าแพงกว่าทำเองแน่นอน เลยเริ่มต้นขยายแบบ ดราฟเส้นแล้วตัดเป็นรูปทรงลงบนโฟม ดามลวด โป้วยิบซั่มขัดๆๆๆ ทำเหมือนเดิม ทีนี้ก็เหลือกลอง ทำไงดี นึกไม่ออก อยากได้กลองที่สามารถพับได้ ขนย้ายสะดวก นั่งขีดนั่งเขียนอยู่หลายวัน ก็หาข้อสรูปในการทำกลองไม่ได้ เลยตัดสินใจว่า เครื่องดนตรีชิ้นนี้คงต้องใช้ของจริง ปัญหาของกลองไม่ใช่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องของการขนย้าย ผมไม่มีรถกระบะมีแต่รถเก๋ง ใส่ชุดสัตว์ประหลาดสี่ตัว ทั้งกีตาร์แล้วก็เบส แล้วจะมีที่ตรงไหนไปใส่กลองชุดขนาดมาตรฐาน แชทเฟสบุคปรึกษาคนโน้นคนนี้ พี่โต้ง อนิเมทกรุ๊ป บอกว่าให้ยืมกลองชุดแกได้ แต่ผมรู้สึกเกรงใจถ้าผมต้องไปขอยืมบ่อยๆ เลยตัดสินใจซื้อต่อพี่โต้งมาเลย แต่ทว่าขนาดกลองของพี่โต้งนั้นไม่ใช่ขนาดมาตรฐาน เป็นขนาดเล็กต้องเอามาโมเพื่อหลอกตาในเรื่องของสเกล อันนี้ยังไม่ได้คิด ไว้มีเวลาค่อยทำต่อ



เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้งานจริง กีตาร์โฟม เวิร์คในระดับนึง ในคราวประกวดรอบออดิชั่นไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ นักแสดงของผมเกิดอาการเกร็ง ทำให้คอดีตาร์และเบสหักคามือ เหลือตัวที่หลุดรอดมาได้คือกีตาร์ปืนตัวแรกตัวเดียว ไม่มีร่องรอยการบุบสลายแม้แต่นิด คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของความหนาของยิปซั่ม หรือไม่ก็คุณภาพของยิปซั่มที่เอามาใช้งานในครั้งล่าสุดไม่มีความแข็งแรงพอ ผมเลยลองมานั่งคิดว่าจะซ่อมดี หรือทำใหม่ดี สรุปได้ว่าทำใหม่ดีกว่า เพราะลองซ่อมมาแล้ว ในส่วนที่หักมันจะคดแล้วสายกีตาร์มันก็จะดึงโน้มไปข้างหน้า สายลอยขึ้นมา น่าเกลียดมาก ถึงเวลาของกีตาร์ไม้แล้ว ผมอยากให้เป็นกีตาร์ที่ต่อแอมป์เล่นได้จริงๆ โดยมีรูปร่างตามที่ผมต้องการ ในราคาที่ไม่แพง ผมโทรเช็คไปตามช่างรับสร้างกีตาร์หลายต่อหลายคน ราคาไม่ได้ถูกอย่างที่เราคิด มันแพงกว่ากีตาร์ที่ขายกันตามหลังกระทรวง และเวิ้งนครเขษมซะอีก ไปติดต่อคนที่รับทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ ก็ได้รับคำตอบแบบอาร์ตติสคือ ทำได้แต่ห้ามเร่ง เสร็จเมื่อไรก็เมื่อนั้น ขอเงินมัดจำก่อน เจอมุกนี้เข้าไปเลยไปซื้อจิ๊กซอร์ สว่าน ฉลุไฟฟ้าตั้งโต๊ะ อุปกรณ์ครบมือสำหรับงานไม้ รวมถึงขับรถไปคลองเตยไปซื้อไม้ฉำฉามาตัดทำเป็นกีตาร์ เหตุผลที่ผมใช้ไม้ฉำฉามาทำเอง เพราะคิดว่ามันมีราคาถูก ตัดง่ายขัดไม่ยากเนื่องจากเป็นไม้เนื้ออ่อน ผมไปซื้อไม้ที่เขาถอดมาจากลังสินค้า หรือที่เรียกกันว่าไม้พาเล็ท แล้วก็ไปซื้ออุปกรณ์กีตาร์ไฟฟ้าจริงๆ เช่น ลูดบิด คอนแท็ค คันโยก แล้วมานั่งลองตัด เจาะ ขัด อยู่สองสามวัน จนออกมาเป็นกีตาร์ไม้ตัวใหม่ ประกอบคอกับตัวมาลองเทส พบว่ายังไม่สามารถนำมาทำเป็นกีตาร์จริงได้ เพราะการวางตำแหน่งคอ


ลองมาแก้ตัวกับการทำเบส มีแค่สี่สายอาจควบคุมอะไรได้มากกว่า คอยิ่งยาวยิ่งทำให้เกิดการบิดของไม้อย่างเห็นได้ชัด ก็ยังไม่สามารถทำเป็นกีตาร์ที่ใช้งานได้จริงอีกนั่นแหละ สรุปคือผมมาผิดทาง วิธีที่ดีที่สุดคือซื้อกีตาร์จริง เอามาตัดแต่งจะดีกว่าเอามาทำเองทั้งตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่เนื้ออ่อนไม่ควรเอามาใช้ทำกีตาร์จริง เพราะมีอัตราการบิดงอตัวสูง พอแค่นี้ก่อน ขี้เกียจทำแล้ว ยิ่งทำยิ่งเละ แบบที่เตรียมไว้สำหรับตัดกีตาร์อีกตัวเลยพักไว้ก่อน รอความขยันและความตั้งใจมาก่อน แล้วค่อยทำ สรุปคือตอนนี้มีกีตาร์โฟมหนึ่งตัว กีตาร์ไม้หนึ่งตัว เบสไม้หนึ่งตัว